เมืองฉางซา (Changsha) เป็นเมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ประเทศจีน มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานดอนเมือง) ของสายการบิน AirAsia ในทุกๆวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง
> จุดท่องเที่ยวหลักๆ ของเมืองฉางซา มีไม่เยอะ หลักๆได้แก่
(1) เกาะส้ม (Orange Isle)
(2) ย่านใจกลางเมือง บริเวณ Wuyi Square และถนนคนเดินหวงซิงลู่ (Huangxing Walking Street)
(3) ถนนคนเดินไท่ผิง (Taiping Street) แหล่ง Shopping ของที่ระลึก + ขนมของกินอีกจุดหนึ่ง
>> ข้อมูล ณ กันยายน พ.ศ.2568
>> คลิกอ่านรีวิวเที่ยว เมืองฉางซา-จางเจียเจี้ย-เฟิ่งหวง ประเทศจีน ทั้งหมดได้ที่ <<
ตอนที่ 1 : รีวิวการจองตั๋วเครื่องบิน AirAsia แบบ Premium Flex
ตอนที่ 2 : รีวิวเที่ยวเมืองฉางซา (Changsha) ประเทศจีน และการเข้าเมืองจากสนามบิน
ตอนที่ 5 : รีวิวเที่ยว เมืองโบราณเฟิ่งหวง เฟิ่งหวง (Fenghuang) มณฑลหูหนาน ประเทศจีน
ตอนที่ 6 : รีวิวโรงแรม Ibis Styles Hotel (Changsha Railway Station subway station store)
การเดินทางเข้าตัวเมือง จากสนามบิน Changsha Huanghua International Airport (CSX)
จากสนามบินสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้หลายวิธี เช่น
(1) รถไฟฟ้า (LINE 6)
ผมได้แนบแผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าของเมืองฉางซา (Changsha) มาให้ที่ด้านล่างโพสนี้แล้ว
(2) รถไฟฟ้า Maglev Express
เชื่อมตรงระหว่าง "สนามบิน" กับ "สถานี South Railway Station"
> เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปที่สถานี South Railway Station มากกว่า ซึ่งหากใครที่ต้องการเดินทางไปที่ เมืองเฟิ่งหวง (Fenghuang) หรือ เมืองฟูหรง (Furong) แนะนำให้มาขึ้นรถไฟความเร็วสูงที่สถานีนี้ จะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า
(3) รถบัส
ซึ่งขอไม่รีวิวในทีนี้ เพราะไม่ได้ใช้บริการ แต่เท่าที่เห็น... จอแสดงเที่ยวรถบัส จะใช้ภาษาจีนเป็นหลัก ดังนั้นถ้าใคร ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ภาษาจีนไม่ได้ ต้องเตรียมชื่อโรงแรม และที่อยู่ของจุดหมายปลายทางเป็นภาษาจีนให้ดี เพราะเจ้าหน้าที่อ่านภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย
(4) รถ Taxi
เป็นรูปแบบการเดินทางที่สะดวกที่สุด ค่ารถ Taxi ที่ประเทศจีนไม่แพง โดยเฉลี่ยแล้วจะแพงกว่าของประเทศไทยไม่เยอะ
ดาวน์โหลดไฟล์แนบ คลิ๊กที่นี่ !!จากสนามบิน (หรือสถานีรถไฟใหญ่ๆ) เดี๋ยวนี้จะมีจุดสำหรับเรียกรถ Taxi แบบ Online
> จะมีป้ายคำว่า "E-Hailing" (หรือคำที่ใกล้เคียงกัน) สำหรับการเรียกรถ Taxi แบบ Online เช่น ผ่านแอพ DiDi
>> แต่สำหรับเราเลือกใช้รถ Taxi ปกติ ก็คือได้มีการเตรียม ชื่อโรงแรม + ที่อยู่ + รูปภาพหน้าโรงแรม เป็นภาษาจีนไว้ (เน้นย้ำว่าต้องภาษาจีน) ยื่นให้คนขับรถ Taxi เลย ซึ่งก็ถือว่าโชคดีไปที่เขารู้จักโรงแรมที่เราพัก ไม่พาหลงทางซะก่อน และคิดเงินตามมิเตอร์ด้วย
** ข้อควรระวัง ** กรณีใช้รถ Taxi ปกติ ให้ขึ้นที่คิวรถ Taxi แบบทางการเท่านั้น !! (มักจะมีเจ้าหน้าที่สนามบินช่วยดูให้) เพราะจะมี Taxi แบบราคาเหมาเดินเข้ามาชวนเราเยอะแยะเลย ... อย่าไปสนใจ ให้เดินไปที่หัวแถวของคิวรถ Taxi ที่จอดต่อแถวอยู่ เท่านั้น !!
ข้อควรระวัง
ในสถานการณ์จริง ที่สนามบิน เมื่อไปถึงจุดที่เป็น E-Hailing พบว่าเป็นลานจอดรถ ซึ่งในแอพ DiDi ไม่สามารถปักหมุด ณ ตำแหน่งนี้ได้ (ลากหมุดมา หมุดก็เด้งไปจุดอื่นแทน) ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน ??!! ซึ่งต่อให้เรากดเรียก Taxi ไปก็จะมีคนรับงานหละ แต่เหมือนรถ Taxi จะหาเราไม่เจอ เพราะเขาไปรับเราที่จุดอื่น และมีอุปสรรคด้านภาษาทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง ... สุดท้ายก็หากันไม่เจอ ต้องกดยกเลิกงานไป
> แนะนำว่า ถ้าฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษาจีนไม่ได้ ... ไม่แนะนำให้เรียกรถ Taxi ผ่านแอพ DiDi จากสนามบินหรือสถานีรถไฟใหญ่ๆ เพราะจะมีหลายประตูทางออก ซึ่งเราน่าจะต้องโทรคุยกับคนขับ Taxi โดยตรงว่าเราอยู่ตรงไหน ? รถ Taxi จอดรออยู่ที่ไหน ? .. ซึ่งอาจทำให้ยิ่งหลงทางกันไปได้
เราเดินทางไปจุดท่องเที่ยวแรก คือ เกาะส้ม (Orange Isle)
การเดินทาง : รถไฟฟ้า [LINE 2] ลงสถานี Juzizhou
** แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า เพราะออกมาจากสถานีจะเป็นประตูทางเข้าเลย **
*** หากใครจะเรียก Taxi ด้วยแอพ DiDi โปรดตรวจสอบอีกทีว่า สามารถปักหมุดตรงเกาะส้มได้ไหม ? หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องลง Taxi ก่อนถึงสะพานข้ามเกาะส้ม แล้วเดินต่อแทน
> ราคา 150 บาท
> ราคา 300 บาท
เมื่อมาถึงทางเข้าแล้ว ให้ไปที่ Tourist Centre ก่อน เพื่อลงทะเบียนเข้าชมภายในเกาะส้ม
> โดยปกติการเข้าชมเกาะส้มจะต้อง Scan QR Code เพื่อลงทะเบียนเข้าชมก่อน (ฟรี) แต่หากเราไม่สะดวก สามารถเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ใน Tourist Centre แล้วยื่นหนังสือเดินทาง (PASSPORT) ให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนให้ก็ได้ (ใช้แอพแปลภาษาช่วยละกันครับ) ใช้เวลาไม่นาน
เมื่อเข้ามาแล้ว ก็เจอจุดขายตั๋วรถราง (ราคา 40 หยวน/คน) ซึ่งก็ต้องใช้แอพแปลภาษาช่วยแปลเหมือนเดิม ... แนะนำให้ใช้รูปรถราง (Save รูปจากเว็บเราไปก็ได้) แล้วชี้ให้เจ้าหน้าที่ขายตั๋วดู ว่าเราต้องการซื้อตั๋วรถรางแบบนี้
** นอกจากรถรางแล้ว ก็ยังมีทัวร์ล่องเรือรอบเกาะส้มอีก หากใครสนใจก็ซื้อทัวร์เพิ่มได้ที่จุดขายตั๋วนี้ **
เมื่อเราได้ตั๋วรถรางแล้ว ก็ไปกันต่อ เข้าคิวขึ้นรถราง
> ราคา 29 บาท
> ราคา 499 บาท
> ราคา 60 บาท
> ราคา 60 บาท
> ราคา 150 บาท
> ราคา 65 บาท
> ราคา 399 บาท
> ราคา 239 บาท
" สถานี Changsha Railway Station " ยามค่ำคืน คนเยอะมาก เพราะเป็นสถานีรถไฟหลักของเมือง
ข้อควรรู้
ที่เมืองฉางซา (Changsha) ส่วนมากจะขึ้นรถไฟความเร็วสูงกันที่ 2 สถานีใหญ่ คือ
(1) สถานี Changsha Railway Station
เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไป " เมืองจางเจียเจี้ย [สถานี Zhangjiajiexi (Zhangjiajie West)] " ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่ากรณีขึ้นจากสถานี South Railway Station (Changshanan)
(2) สถานี South Railway Station (Changshanan)
เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไป " เมืองเฟิ่งหวง [สถานี Fenghuang Gucheng] " หรือ " เมืองฟูหรง [สถานี Furongzhen] "
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที (เมืองเฟิ่งหวง) และ 2 ชั่วโมง 50 นาที (เมืองฟูหรง) ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่ากรณีขึ้นจากสถานี Changsha Railway Station











